เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของเพจ
 
 
หากจะเอาไปลงที่อื่น กรุณาใส่ credit นะคะ ถึงเราจะทำด้วยใจรักก็เหอะ...
 
 
เบื้องหลังของเนื้อเรื่องภาคสกายริม
 

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า เนื้อเรื่องของ The Elder Scrolls V: Skyrim เกิดหลังภาคที่แล้ว (The Elder Scrolls IV: Oblivion) เป็นเวลา 200 ปี แต่ระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลายๆคนคงจะงง รวมถึงเรื่องความชอบธรรมของการกบฏของ Ulfric Stormcloak หรือ การเข้ามาดูแลสกายริมของพวก Imperial และ Thalmor เราจะเล่าให้ฟังในเอนทรี่นี้ค่ะ

 

** จริงๆคือ มีคนถามเจ้าของบล็อกเยอะมากว่าเจ้าของบล็อกอยู่ฝ่ายไหน ระหว่าง Imperial กะ Stormcloak เราเลยขอตอบเลยนะคะว่า เราว่า มันผิดทั้งคู่แหละ แต่ความชอบธรรมนั้น Stormcloak มีมากกว่าค่ะ

 

 

ตอนปลายของยุคสมัยที่ 3 (3E หรือ Third Era) ซึ่งเกิด Oblivion Crisis ขึ้น ทำให้ Cyrodiil แทบกลายเป็นนรกบนดิน แต่ด้วยการตะลุยของตัวเอกภาคที่แล้ว ที่เรียกกันว่า Champion of Cyrodiil ที่ร่วมมือกับรัชทายาทสายเลือดมังกรคนสุดท้าย Martin Septim ทำให้สามารถชนะ Mehrunes Dagon และปิดประตูนรกได้สำเร็จ แต่ก็เป็นอวสานของสายเลือดโลหิตเทพของราชวงศ์ Septim ด้วยเช่นกัน เพราะ Martin Septim ที่ใช้เครื่องราง Amulet of Kings แปลงร่างนั้น กลายเป็นรูปปั้นเทพอคาทอชไป และไม่มีทายาทใดๆสืบสกุล

 

หลังวิกฤตการณ์นรกบนดิน (Oblivion Crisis) ผ่านพ้นไปทวีป Tamriel และโลก Nirn ก็เข้าสู่ยุคสมัยที่ 4 (4E หรือ Fourth Era)

 

เนื่องจากรัชทายาทองค์สุดท้าย Martin Septim กลายเป็นรูปปั้นเทพอคาทอชไป ทำให้จักรวรรดิ Imperial อยู่ในสภาพไร้ผู้นำ และทำให้พวก Elder Council (สภาสูง) กับองครักษ์ The Blades ทำหน้าที่ดูแลชั่วคราวไป ซึ่งการดูแลนี้อยู่ได้เพียงพักเดียว เมื่อ Ocato ผู้สำเร็จราชการแทนชั่วคราว (และเป็นคนที่ให้ตำแหน่ง Champion of Cyrodiil กับตัวเอกภาค IV) ถูกลอบสังหาร ทำให้เมืองหลวง Imperial City ระส่ำระสายยิ่งขึ้น และ Titus Mede ราชา Colovian ได้บุกยึดเมืองหลวงด้วยทหาร 1000 นาย และปราบดาภิเษกเป็นจักรพรรดิ และมีทายาท Titus Mede II ขึ้นเป็นจักรพรรดิปกครองต่อมา ซึ่งทุกอย่างเหมือนจะปกติแล้วแต่ เหล่า Thalmor แห่ง Second Aldmeri Dominion รวบอำนาจในบ้านตัวเอง (เกาะ Summerset Isle ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น Alinor หลังรวบ) และแผ่อิทธิพลไปอาณาจักรอื่นๆในทวีป Tamriel ได้เปิดศึกกับจักรวรรดิแห่ง Cyrodiil

 

ศึกนี้กระทบกระเทือนไปทั่ว เมืองน้อยใหญ่ในจักรวรรดิล้วนแต่เสียหายทั้งสิ้น หลังจากสงครามอันยาวนาน พวก Thalmor นำพล 100,000 นาย ยึดเมืองหลวง Imperial City ได้ องครักษ์หน่วย The Blades เองก็หายไปจากด้านหน้าของประวัติศาสตร์ แต่จักรพรรดิ Titus Mede II ก็ไม่ยอม เข้าตีเมืองคืนด้วยกำลังผสม Cyrodil-Skyrim จำนวน 25,000 นาย และยึดเมืองคืนได้ แต่กองพลก็ใกล้หมดเรี่ยวแรงเต็มที Titus Mede II จึงเซ็นสนธิสัญญาสงบศึก White Gold Concordat ส่งผลให้ Imperial เสมือนอยู่ภายใต้อาณัติของพวก Thalmor และ เหล่า Thalmor ก็บังคับให้ผู้คนเชื่อตามความเชื่อของพวกตน ซึ่งทำให้มีเทพแค่ 8 องค์เท่านั้น และ Talos ไม่นับเป็นเทพ (รายละเอียดอ่านในเอนทรี่ Divines ค่ะ)

 

แต่ความทะเยอทะยานของเหล่าไฮเอลฟ์ไม่ได้สิ้นสุดแค่นี้ เพราะพวกนี้ยังกระหายอำนาจอยากครอบครองอาณาเขตเพิ่มอยู่เนืองๆ และ เริ่มเข้าครอบงำพื้นที่อื่นๆ จนมาถึงสกายริม

 

Imperial ซึ่งเป็นหุ่นเชิดของพวก Thalmor ไปแล้ว ได้เข้าดูแลสกายริม แต่การตัด Talos ออกนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนสกายริมยอมรับได้ และ นำไปสู่การต่อต้านภายใน ซึ่ง High King คนก่อนนาม Torygg ผู้เป็น Jarl ของเมือง Solitude นั้น ไม่ได้ต่อต้านพวก Imperial และยอมให้ดูแลแต่โดยดี แต่ Ulfric Stormcloak ซึ่งเป็น Jarl ผู้ปกครอง Windhelm นั้นไม่เห็นด้วย เพราะ Thalmor ได้ห้ามให้ดินแดนต่างๆใต้อาณัติของตนบูชา Talos ซ้ำพวกนี้ยังมองว่าการบูชา Talos คือสิ่งนอกรีต ผิดกฏหมายด้วย

 

Ulfric ที่ไม่เห็นด้วย และ ต้องการจัดการเรื่องนี้แทน จึงท้าดวลกับ Torygg ซึ่งเป็น High King โดยดวลตามธรรมเนียมของเหล่านอร์ด (Nord) โบราณ คือ ตัวต่อตัว ไม่ว่าใครห้ามยุ่ง

 

Ulfric ได้ใช้ธู'มใส่ Torygg ทำให้ Torygg เสียหลัก และพุ่งเข้าเสียบดาบเข้าหัวใจ สังหาร Torygg ไป โดย Elisif the Fair ซึ่งเป็นภรรยาของ Torygg เองก็อยู่ในเหตุการณ์ ก่อนจะขี่ม้าพุ่งออกประตูเมืองไปโดยมี Roggir ชาวบ้านหัวใจนอร์ดโดยแท้เป็นผู้เปิดประตูให้หนี

 

Elisif the Fair แม่ม่ายของอดีต High King จึงขึ้นเป็น Jarl แทน Torygg สามีที่ตายไป และให้ความร่วมมือกับ Imperial เป็นอย่างดีเสียยิ่งกว่าสามี เนื่องจากแค้น Ulfric มาก และ การจัดการ Ulfric ซึ่งเป็นผู้นำฝ่ายกบฏ Stormcloak นั้นย่อมดีที่สุด

 

หลังจากการปะทะกันหลายครั้ง ฝ่าย Imperial ก็รวบตัว Ulfric ได้สำเร็จจากการโจมตีสายฟ้าแลบที่ Darkwater Crossing แต่เนื่องจากตัวเอกของภาคนี้ดันเดินเปะปะอยู่แถวนั้นด้วย เลยโดนรวบตัวมาด้วยตามระเบียบ

 

เหตุการณ์หลังจากนี้ก็เป็นอย่างที่หลายๆคนทราบกันคือ ตัวเอกเราขึ้นรถม้าขนนักโทษไป และเกือบหัวหายนั่นแล...

 

 

เหตุการณ์อื่นๆนอกจากนี้:

  • มีช่วงนึงที่ดวงจันทร์สองดวงของโลก Nirn ที่ชื่อ Masser และ Secunda ซึ่งเป็นดาวสำคัญในความเชื่อของเหล่่า Khajiit แห่ง Elswyr เกิดหายไปเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งพอทั้งสองดวงกลับมา เหล่า Thalmor ก็ไปโม้ใส่พวก Khajiit ว่าพวกมันเป็นคนทำให้กลับมา ซึ่งพวก Khajiit ก็เชื่อ ทำให้อิทธิพลของ Thalmor ใน Elswyr เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล
  • เกิดดินถล่มใกล้ๆกับเมือง Winterhold ส่งผลให้เมือง Winterhold หายไปเลยเกือบทั้งเมือง แต่วิทยาลัยเวทมนตร์ข้างๆดันไม่เป็นไร ชาวบ้านเลยเกลียดวิทยาลัยกันใหญ่เพราะเข้าใจว่าเป็นต้นเหตุ
  • ภูเขาไฟ Red Mountain เกิดระเบิด ทำให้พื้นที่ Vvardenfell ของ Morrowind ถิ่นของเหล่า Dark Elf ไม่สามารถอาศัยได้ เหล่า Dark Elf เลยอพยพเข้ามาในสกายริมบางส่วน
  • หลังสัญญา White Gold Concordat เหล่า Redguard แห่ง Hammerfell ไม่ยอมรับสนธิสัญญานี้ และแยกตัวออกจากจักรวรรดิ ซึ่งพวก Thalmor พยายามไปตีเหมือนกัน แต่ดันตีไม่ชนะ เลยต้องเซ็นสัญญา Second Threaty of Stros M'kai ไปเพราะตีไม่ชนะแล้วยังเสียพลรบไป 1 ใน 3 เลยทีเดียว แต่หลัง Hammerfell แยกตัวไป จักรวรรดิก็อยู่ในสภาพระส่ำระสายกว่าเดิมเยอะทีเดียว

 

 

สาเหตุว่าทำไมเจ้าของบล็อกเลือกเข้าฝ่าย Stormcloak นั้นมีตามนี้ค่ะ

  • Ulfric แม้จะบ้าอำนาจต้องการเป็น High King แต่ก็พยายามขึ้นเป็น High King เพราะมีเหตุผล และเป็นผู้นำที่รักประชาชนมาก (ถ้าเป็นนอร์ด) ลองประชาชนโดนรังแก จะโจรปล้นคาราวานสินค้าหรืออะไรก็ตาม Ulfric จะส่งทหารไปช่วยทันที (เผ่าอื่นเรอะ... อย่าหวังซะให้ยากส์ ดูพวกดาร์คเอลฟ์ในเมือง Windhelm สิ)
  • Elisif the Fair เป็นผู้ญิ้ง ผู้หญิงเสียเหลือเกินจนไม่เข้าใจการดวลของลูกผู้ชายเลย ซึ่งถ้าเราขึ้นไป Sovngarde ตามเนื้อเรื่องหลัก จะพบว่า Torygg นั้นไม่ได้แค้น Ulfric เลยสักนิด และ กล้าพูดว่าเขาดวลกับ Ulfric อย่างมีเกียรติ์และชอบธรรมด้วย (แต่เป็นห่วงเมียนิดหน่อย เพราะเมียอยู่คนเดียวแล้ว) แถมยอมให้ความแค้นบังตาจนไม่สนวิธีการและแทบจะพร้อมยกอำนาจการปกครองสกายริมให้ Imperial เลยด้วยซ้ำ
  • Thalmor หยิ่ง และ ทะเยอทะยานเหลือรับมาก อาการประมาณไม่มีอะไรในโลกเลิศกว่าพวกมัน... แถมยังบังคับคนอื่นให้ทิ้งความเชื่อตัวเองไปบูชาตามมัน (แม้จะเทพองค์เดียวกัน 8 องค์ก็เหอะ) เราหมั่นไส้อย่างแรงค่ะ อยากจับฆ่าให้สูญพันธุ์เลยทีเดียว
  • Imperial เป็นเผ่าที่มีเกียรติ์และมีศักดิ์ศรีมาก ยิ่งเล่นภาคที่แล้วมา ยิ่งรู้สึกว่าพวกเอ็งทำอิท่าไหนให้มันกลายเป็นหุ่นเชิดพวกเอลฟ์หัวสูงพวกนี้ไปได้ รับไม่ได้เฟ้ย!

 

 

เอนทรี่เบื้องหลังเนื้อเรื่องของสกายริมก็หมดแค่นี้นะคะ

ถ้าว่างอาจจะเขียนเอนทรี่อะไรเพิ่ม แต่ไม่รับประกันนะ พรุ่งนี้สอบอะ... แถมต้องปั่นธีสิสต่อด้วย

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เยส Ulfric! พอจบเนื้อเรื่องสงครามแล้วก็นั่งคิดเอาเองว่า จะกล่อมทั่น HighKing คนใหม่ให้ใส่ใจเผ่าอื่นบ้างได้มั้ย(เล่นhigh elveครับ)

เหตุผลหลักๆก็คือ Imperial มันบ้าอำนาจตามพวก Thalmor น่ะแหละ ผมเลยวิ่งตาม Ralof ไปอ่ะ

#1 By merlangpoo (115.87.58.93) on 2012-01-15 22:30

ผมเล่นเผ่า Imperial เลยไปอยู่กับฝ่าย Imperial เหตุผลที่เลือกมีแค่นี้ sad smile

#2 By friendly-fire (110.77.205.94) on 2012-01-16 13:32

ผมเข้ากับ imperial ไปแล้ว รู้สึกเสียดายอยู่เรื่องเดียวคือ thalmor เพราะมันกวนติงมาก เดินไปคุยกับมัน อยู่ๆมันก็ไล่ตีซะงั้นพอตีมันกลับก็โดนค่าหัวอีกนะ เซ็งมากจนอยากไปเข้า stormclock แทน

#3 By Alitalia Francaise on 2012-01-16 22:54

ถ้า Stormcloaks ไม่ไปตี Whiterun จะดีมากเลย เหตุผลนี้และ ที่ผมไม่ได้เลือกเข้า Stormcloaks sad smile

#4 By Yoshiro (58.8.164.224) on 2012-01-17 10:45

ผมเคยช่วย Roggir จากการประหารด้วยแหละ ถึงขนาดยอมฆ่า Ahtar เลย (Ahtar คนนี้มีเควสให้เราทำ และเอามาเป็นผู้ติดตามได้) พอช่วยเสร็จไปคุยกับมัน มันก้อพูดแต่ว่า Hmphh., Need some tings? พูดอยู่แค่นี้ เลยชักแหม่งๆ ละ
ซักพักมันก้อเดินขึ้นไปบนลานประหาร อยู่ดีๆ มันก้อร้อง เฮือกกก..แล้วลงไปนอนตาย - -" แล้วตูจะช่วยเมิงมาเพื่ออะไรเนี่ย โดนค่าหัวฟรีๆ โหลดเซฟใหม่เลย รมณ์เสีย

**เหมือน มันถูกเขียนสคริปมาว่าต้องตายอะนะ ช่วยยังไงมันก้อตายเองได้อยู่ดี เหอะๆ T^T

#5 By Sky Hacker (58.9.240.12) on 2012-01-17 15:06

Stormcloak เท่ห์กว่านี่นา question
ถ้าจำไม่ผิด ผมเคยอ่านเนื้อเรื่องจากพันทิป
เค้าบอกว่า พวก Thalmor บีบให้ Imperial ส่ง Ulfric ให้
ภายหลัง Thalmor พบว่า Ulfric มีความต้องการให้
Skyrim แยกตัวจาก Imperial
พวก Thalmor จึงล้างสมอง Ulfric และส่งกลับไป
เพื่อทำให้ Imperial วุ่นวาย และ อ่อนแอลง

สรุป ถ้าสนับสนุน Ulfric ก็เท่ากับแผนของพวก Thalmor สำเร็จ

#7 By Miryks (223.205.181.164) on 2012-01-18 02:51

ตอบ #7

ถูก 25% ค่ะ

Ulfric เคยถูก Thalmor ทำให้เข้าใจว่า "ช่วย" (ตอนสมัยยังหนุ่มกว่านี้) แต่จริงๆแล้วไม่ค่ะเพราะ Thalmor บุกถล่มฐานนั้น แล้วไปเจอ Ulfric ในคุก Ulfric เลยเข้าใจว่าช่วย และ Thalmor ก็คิดว่าตัวเองได้ตัวหมาก(ดีๆ)อีกตัว


แต่เพราะ Ulfric เป็นตัวหมากที่ค่อนข้างจะไม่ฟังคำสั่ง เลยอยู่ในสถานะเฝ้าระวัง และ พร้อมโดนกำจัดถ้าทำตัวกระด้างกระเดื่องเกินไปค่ะ

#8 By Sylphine Sylphgale on 2012-01-18 03:36

ขยายความเพิ่มเติมนิดนึง เราเองก็พลาดนิดๆ

ข้อมูลที่ #7 พูดถึง คาดว่าคงเป็นข้อมูลที่ในพันทิปแปลจาก Thalmor Dossier: Ulfric Stormcloak ซึ่งเป็นหนังสือในเควส Diplomatic Immunity แต่ดูเหมือนจะพลาดนิดหน่อยนะคะ

หนังสือว่างี้ค่ะ

สถานะ: ตัวหมาก, ไม่มีการเคลื่อนไหว, รอการรับรองสถานะทางการฑูต

คุณสมบัติ: Jarl แห่ง Windhelm, หัวหน้าของกบฏ Stormcloak, ทหารผ่านศึกของ Imperial Legion

ภูมิหลัง: ทาง Thalmor เริ่้มสนใจ Ulfric ในระหว่างสงครามกับจักรวรรดิครั้งแรก เพราะ Ulfric เป็นเชลยศึกในแผน White-Gold Tower หลังการสอบสวนถึงได้พบว่ามีค่าพอจะเป็นตัวหมาก (ในฐานะลูกของ Jarl แห่ง Windhelm) และ มอบให้ Elenwen จัดการ ซึ่ง Ulfric ถูกป้อนข้อมูลให้เชื่อ และ ปล่อยตัวไป ซึ่งหลังสงคราม Ulfric ก็ทำหน้าที่ได้ดี มีการติดต่อและ Markarth Incident ก็เป็นผลดีกับฝ่าย Thalmor แต่หลังจากนั้น Ulfric ดูจะไม่ให้ความร่วมมือเท่าไหร่

หมายเหตุ: ให้ติดต่อโดยตรงถ้าเป็นไปได้ แต่โดยทั่วไปขณะนี้ยังไม่มีการเคลื่อนไหว แต่ถ้าสงครามภายในยังเป็นแบบนี้ต่อไป Thalmor ไม่ควรเข้าไปยุ่ง เหตุการณ์ที่ Helgen เองก็เป็นกรณีตัวอย่างยกเว้น เพราะ ถ้า Ulfric ตาย โอกาสที่ Imperial จะยึดสกายริมได้ก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และ จะต้องเลี่ยงการให้ Stormcloak ชนะ แต่อย่างไรก็ดี การแอบช่วย Stormcloak ก็จำเป็นต้องทำอย่างระมัดระวังด้วย

ปล. แต่จริงๆแล้วเห็นได้ชัดว่า Ulfric เกลียดขี้หน้า Elenwen อย่างเห็นๆ รวมถึงคำพูดของ Ulfric ในระหว่าง Battle for Solitude ด้วยจะเห็นว่า Ulfric ไม่ใช่หมากที่จะเชื่อฟังพวก Thalmor แล้ว

#9 By Sylphine Sylphgale on 2012-01-18 03:57

เป็น Imperial เดินไปกับ Ralof แต่ยังไม่เข้าร่วมกับใครเลย
ถ้าให้เข้าคงเข้าร่วมกับ Imperial (คิดว่าตอนแรกไปกับใครก็ได้ ต่างที่ว่าจะได้ใครเป็นเพื่อนเท่านั้นแหละมั้ง...อ๋อกับบ้านใน Riverwood หลังไหน)
^
^
^ ผมคิดว่าเป็นแบบนี้นะ
พวก Forsworn(ชนเมืองเก่าที่โดนยึดเมืองไป)มันมายึด
Markarth จักรวรรดิ์ เลยส่ง Ulfric นำทัพมาบุก
จักรวรรดิ์ สัญญาว่าถ้ายึดเมืองได้ จะยอมให้ ชาว Nord
นับถือ Talos ได้เหมือนเดิม(และก็ยึดเมืองได้จริงๆ)
พกว Thalmor มันรู้ก็ไม่พอใจเลยบอกให้ส่งตัว Ulfric กับพวกมาเพื่อลงโทษ (ฝ่ายจักรวรรดิ์ ก็ยอม)
แล้วก็ทรมารพวก Ulfric กับพวก จนเห็นว่า
Ulfric น่าจะเป็นเครื่องมือในการ บ่อนทำลาย จักรวรรดิ์จากภายในได้ดี เลยค่อยๆฝังความคิดให้ว่า
พวกจักรวรรดิ์ เป็นคนผิดที่ทำแบบนี้ (ทั้งยอมส่งตัวมันมาให้) (ทั้งเรื่องเทพ Talos ตอนทำสัญญาสงบศึก)
แล้วก็แกล้งทำเป็น ให้ Ulfric หลบหนีไปได้
พอแกกลับไปถึงเมือง Windhelm Jarl คนก่อนม่องไปละ
มันเลยได้ขึ้นเป็น Jarl แล้วก็นั่นหล่ะ
-
ปล.ที่ผมเม้นไปก็เป็นสิ่งที่อ่านมากจาก Internet จึงไม่ชัวร์กับสิ่งที่พิมไป ^^"

#10 By Who R me (58.9.41.37) on 2012-01-18 11:46

เพิ่มเติมจาก #10

ต้องเข้าใจนะคะ มันคนละ Timeline กันเลย

ที่ Ulfric โดนจับแล้วเจอ Thalmor เอาไปเป่าหูนั่น เหตุเกิดตอน Ulfric ไปร่วมรบกับฝ่าย Imperial ใน The Great War ค่ะ ก่อนจะมีการเซ็นสัญญาสงบศึก White Gold Concordat อีก

Markarth Incident เป็นเรื่องหลังจากนั้นอีกพอสมควร ซึ่งก็ถูกอยู่ เพราะ ชาว Reachmen (Forsworn ในปัจจุบัน) ถือว่าตัวเองอยู่มานานกว่า และควรจะอยู่ที่นั่น เลยเกิดปัญหาชาวนอร์ดฟัดกับคนพื้นเมือง ทีนี้ Igmund ลูกของ Jarl ของ Markarth คนก่อนเลยไปทำสัญญากับ Ulfric บอกว่าจะให้บูชา Talos ได้อย่างเสรีถ้าช่วยไล่พวกพื้นเมืองให้ (ขัดสนธิสัญญาเห็นๆ) แต่แอบหวังว่าพวก Thalmor จะไม่รู้

ทาง Ulfric ก็นำทัพลุยสู้กับพวกชนพื้นเมือง ไล่พวกนั้นไปจาก Markarth พวกที่ถูกจับได้ก็ฆ่าทิ้งเกือบเรียบ ซึ่ง Igmund ก็รักษาสัญญาคือ ให้บูชา Talos ได้ แต่ไม่นานพอพวก Imperial กับ Thalmor กลับมาเห็นเข้า ทาง Igmund เลยโดนบังคับให้ไปไล่จับ Ulfric กับพรรคพวกแทนเพื่อเลี่ยงสงคราม (ผลคือ Ulfric หมดความเชื่อใจ Igmund ไปโดยปริยาย)

ส่วนพวก Forsworn เลยเกลียด Ulfric รวมถึงพวก Nord เข้าไส้ด้วยด้วยเหตุนี้ และยังมีผลเรื่องอื่นๆอย่าง ราชา Forsworn "Madanach" ที่จริงๆควรจะโดนฆ่าไปแล้ว ไปลงเอยอยู่ใน Cidnha Mine ด้วยเส้นสายของ Thonar Silver-Blood ด้วยวัตถุประสงค์บางอย่าง

#11 By Sylphine Sylphgale on 2012-01-18 16:32

กระจ่างขึ้นมามากมายเลยครับ เล่นสนุกขึ้นเยอะ ขอบคุณนะครับ

#12 By ยีราฟฉึกฉึก (101.109.10.29) on 2012-01-28 16:19

เล่นเผ่าimperialแต่ชอบstorm clockมากกว่าเพราะชุดมันเท่55555555555555

#13 By GGABC (58.11.78.195) on 2012-01-31 15:17

มีคำถามนิดหน่อยครับ
ถ้าหากเราตาม Rolof ออกมา จะต้องสู้กับทหาร Imperial แล้วทีนี้ผมเชือดนายกองหญิง พร้อมปล้นหมวกทรงเท่ห์ๆคล้ายๆทหารกรีกมาได้
แต่ถ้าหาก เราเลือกตาม Imperial แล้วจะมีโอกาสได้หมวกเหล็กสีเงินของนายกองหญิงจากไหนอะครับ ???
คือถ้าเล่น Imperial มีแต่หมวกพลทหารให้เก็บ .... ไม่สง่างามเลย จะฆ่านายกองหญิงก็ไม่ได้

#14 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-02-23 11:33

มันเป็นเกราะ Heavy Armor น่ะค่ะ ไปเลือกรับเอาตอนที่ Tullius บอกให้ไปรับอะค่ะ (รายละเอียดอ่านจากบทสรุป Imperial เอง)

#15 By Sylphine Sylphgale on 2012-02-23 21:56

ขอบคุณสำหรับคำตอบครับ ผมไปเลือกเกราะอีกแบบแทน แล้วเห็นมันขึ้นว่า Officer Helmet เลยคิดว่าเป็นของเฉพาะ
ว่าแต่ จากเืรื่องภาคก่อนๆ Imperial legion นี่มีทหารจากชาติพันธุ์หลากหลายแบบนี้ skyrim หรือเปล่าครับ เพราะภาคนี้ดูชื่อ ทั้ง Hadvar ทั้ง Rikke น่าจะเป็น Nord และ Red Guard (Rikke นี่ผิวคล้ำชัดเจน) เพราะถ้าปกติ ทหารมีแต่จาก Cyrodiil และภาคนี้มีหลายเชื้อชาติ แสดงว่า Imperial ถึงคราวขาดแคลนบุคลากรซะแล้ว ไม่แปลกเลยที่จะไม่สามารถสู้กับพวก Thalmor ได้

อีกเรื่องที่อยากถาม ผมพยายามหาหนังสือ (ในเกมส์) ถึงความสัมพันธ์พวกเอลฟ์เผ่าต่างๆ แต่หาไม่เจอ ยังไงรบกวน จขบ. สปอยล์เรื่อง Dark Elf , Wood Elf กับ High Elf ใน Elder Scrolls ได้มั๊ย ว่าพวกนี้จริงๆแล้วรักกัน หรือเกลียดกันประมาณไหน

#16 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-13 17:44

เข้าใจหน่อยนะคะ แต่เดิมที จักรวรรดิแห่ง Cyrodiil ประกอบด้วยหลายดินแดนอยู่แล้ว ซึ่ง Hammerfell (บ้านพวก Redguard) ก็เป็นหนึ่งในนั้น การจะมีประชากรเผ่าอื่นๆอยู่ใน Cyrodiil ก็ไม่ได้แปลกอะไร

อีกอย่าง Thalmor ถือโอกาสบุกตอนยังตั้งตัวไม่ได้อย่างที่บอกน่ะค่ะ แถมกองกำลังก็นะ... ไม่ได้น้อยเล้ยยยย

ส่วนพวกเอลฟ์ อันนี้ยาวนิดนึงค่ะ


Dark Elf (Dunmer)
ดาร์คเอล์ฟ หรือ ดันเมอร์ อยู่ที่ Morrowwind เป็นหลัก... แต่เนื่องจากหลายๆเรื่อง (ทั้งเรื่องของธรรมเนียม หรือ ความเชื่อ) ทำให้เหล่าดันเมอร์ไม่ได้รับการเชื่อถือจากเผ่าอื่นๆ (คาดว่าส่วนหนึ่งอาจจะเพราะนิสัยร้ายๆ ไร้ความปราณีของพวกดันเมอร์บางส่วนด้วย) ว่ากันตรงๆว่า เป็นพวกที่เผ่าไหนๆก็ไม่ชอบหน้าน่ะค่ะ


Woodelf (Bosmer)
วู้ดเอล์ฟ หรือ บอสเมอร์ จะใกล้เคียงกับพวกไฮเอล์ฟที่อยู่ที่เกาะ Summerset Isle เพราะป่า Valenwood อยู่ไม่ไกล แต่พวกนี้จะไม่ชอบธรรมเนียมเคร่งครัดของพวกไฮเอล์ฟ เลยไปอยู่ป่าแล้วเป็นอีกเผ่าแทน

วู้ดเอล์ฟ หากจะเทียบจริงๆก็นับเป็นส่วนหนึ่งของ Aldmeri Dominion (พวก Thalmor) ก็ได้ค่ะ เพราะร่วมก่อตั้งเหมือนกัน แต่จากมุมมองของไฮเอล์ฟ พวกนั้นมองว่าวู้ดเอล์ฟต่ำต้อยกว่า


High Elf (Altmer)
เอล์ฟหัวสูงจากเกาะ Summerset Isle สำหรับพวกนี้ส่วนใหญ่ ไม่มีเผ่าไหนดีกว่าพวกมัน ซึ่งเผ่านี้เป็นเผ่าที่ก่อตั้ง Aldmeri Dominion ยุคแรก (แล้วก็โดนล้ม) จนกระทั่งมาก่อตั้งอีกทีเป็น Second Aldmeri Dominion ร่วมกับพวกวู้ดเอล์ฟ ฟัดกับจักรวรรดินี่แหละ


ส่วนประวัติของตอม่อ เอ๊ย Thalmor ยาวนิดนึงค่ะ


Thalmor ยุคแรก เกิดจากศึกชิงบัลลังก์ใน Valenwood ค่ะ (หนังสือบอกว่าช่วงปี 2E 830 ซึ่งก็คือราวๆ 701 ปี ก่อนภาคสกายริม) มีสองฝ่ายโดยฝ่ายนึงเข้ากับจักรวรรดิ และ อีกฝ่ายไม่เอาด้วย (มีพวก Altmer สนับสนุน) ซึ่งฝ่ายไม่เอาด้วยนี่บุกเข้า Valenwood รวบ Valenwood เข้ากับ Summerset Isle แล้วก่อตั้งเป็น Aldmeri Dominion ขึ้นมา แล้วจัดตั้งองกรณ์ Thalmor ขึ้นใน Valenwood เลย แล้ว Thalmor ก็ฟัดกับจักรวรรดิยาวจนถึงช่วงภาค Daggerfall (ราวๆ 3E 405) ก็เจอหุ่น Numidium เป่ากระจุยล่มสลายไป

ส่วน Second Aldmeri Dominion ก็เพิ่งโผล่มาในสกายริมนี่ล่ะค่ะ สาเหตุก็อย่างที่บอกแล้ว...

#17 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-14 01:57

อาาา โอเคล่ะครับ จักรวรรดิ์ Cyrodiil ... ผมไปคิดอีท่าไหน ว่ามันคือ "เมือง" Cyrodiil ขอบคุณที่แก้ความเข้าใจให้ครับ
เท่าที่อ่านดู พวกเอลฟ์สูง (high elf) ไม่เคยน่ารักเลยสักภาค แต่ก็ว่าไม่ได้ สงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ไม่มีคำว่าโหดหรือโกง ใครดีใครได้ตามนั้นเลย

เอาจริงๆ ป้า Elenwen เป็นตัวที่ผมชอบนะ หญิงร่างโย่ง ... จริงๆน่ามีให้เลือกเข้า Faction Thalmor ด้วยนะ มิชชั่นป่วนสงครามกลางเมือง + ไล่ฆ่า เดอะ เบลด และยึดอำนาจจากอุลฟริก 555 บ้าอำนาจไปแล้ว

แล้วพวกอดีต Falmer (เล่นครั้งแรกอ่านผิดเป็น Farmer ชาวนะอะไรฟะ อยู่ในถ้ำ) หรือ Snow Elf ... จขบ.คิดว่าจะออกแนว Wood Elf หรือพวกเอลฟ์บ้านๆหรือเปล่่า เพราะดูแล้ว ไม่น่าจะรอบจัดเหมือนพวก High Elf เลยนะครับ

เอ่อ แล้ว จขบ เล่นเผ่า High Elf .. ตอนเราไปเข้า Thalmor Embassy กับ เจอพวกคุมนักโทษ จะมีคำพูดอะไรแปลกๆจากเล่นเผ่าอื่น (โดนจิกกัด)บ้างหรือเปล่าครับ ผมเพิ่งเล่นแค่ Nord , Dark Elf , Wood Elf แต่เล่นเอลฟ์ดำนี่ โดนหนักสุดเลย โดยเฉพาะตอนไปวินไฮม์

ขอบคุณอีกรอบที่เขียนมาให้ผมอ่านยาวยืด ชอบนะเพราะ จขบ ดูจะเข้าไปในโลกของเกมส์ทั้งใจเลย

#18 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-14 14:58

สำหรับไฮเอล์ฟ ถ้าเข้าสถานฑูตแล้วเชือดนักเวทย์ที่เฝ้าทางเดินเอาชุดมันมาใส่ (ชุดแบบมีหมวกคลุมด้วย) เราเนียนเป็น Thalmor เลยค่ะ เดินเล่นได้เลย แถม บอกยามให้เดินย้ายตำแหน่งก็ได้

วู้ดเอล์ฟก็พอได้ เอาชุดเดียวกันมาใส่ แค่เดินเล่นได้ ไม่โดนโจมตีค่ะ แต่ไม่สามารถสั่งยามได้ (เห็นว่างั้นนะ)

ส่วนเผ่าอื่นๆจะไม่ได้ เอกสิทธิ์นี้สงวนให้สองเผ่านี้เท่านั้นอย่างที่บอก...


ส่วนเอล์ฟหิมะ มีรูปปั้นให้ดูตอนเควสรองสุดท้ายของกิลด์โจรน่ะค่ะ นอกจากนี้ไม่มีใครเคยเห็น คาดว่าคงเป็นเอล์ฟหน้าตาแบบเอล์ฟแหละ แต่ว่าผิวซีดๆหน่อย

#19 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-14 16:33

นี่แหละ สเน่ห์ของ skyrim ที่ผมชอบ รายละเอียดปลีกย่อย ที่แต่ละเผ่า แต่ละเพศ จะได้คำพูด คำตอบที่แตกต่างกันไป มันทำให้อยากเสียเวลาอ่านบทสนทนาไปซะหมดเลย

จริงๆผมก็อยากอ่านหนังสือให้ครบนะ แต่สารภาพกับ จขบ.ตรงๆเลยว่า เวลาจะเล่นยังไม่ค่อยมี จะให้เอาสารพักตำรา ตำนาน มาอ่าน ก็คงไม่ต้องนอนกันพอดี :)

จขบ. ท่าทางจะไม่ค่อยปลื้มพวกเอลฟ์... แล้วแบบนี้เคยสร้างตัวละครเอลฟ์มาเล่นหรือเปล่าครับ ..รวมทั้ง เคยสร้างตัวละครมากี่รอบแล้ว (ผมไม่ถามว่าจบกี่รอบนะ เพราะเกมส์นี้ จบยังไง ยังไม่รู้เลย)

#20 By Ahura (101.51.160.191) on 2012-03-15 21:57

ตอนภาค IV เราเล่น Dark Elf เลยล่ะค่ะ

แต่ภาคสกายริม... ทนลองเล่นแล้วก็กลับไปเล่นเผ่าอื่นแทน (ไม่ชอบจริงๆ)

ตัวละครหรอ... เอ่อ... ขอไล่ทีละตัวละกัน ลืมนับ

1- Breton ดาบมือเดียวกะโล่ ติดบั๊กเลยเล่นใหม่
2- (ตัวทำบทสรุป) Breton สายธนูย่องยิง
3- Nord มีดคู่ ย่องเชือดเน้นสะใจเข้าว่า
4- Breton นักเวทย์ (ฮาโดเคนไฟ + ยิงสายฟ้า กันให้ตายไปข้างนึง)
5- แมวหมัด (ใช้ทดสอบตอนเอนทรี่หมัดด้วย)
6- Breton เลเวล 1 ความยาก Master ไม่อัพสกิล ไม่อัพเลเวล ไม่อัพ perk ใดๆ ไม่ใช้ Console ด้วย

รวมเล่นจริงๆก็ 6 ตัว...

ส่วนเซฟตัวเอล์ฟ ลบทิ้งไปแล้ว ไม่ไหวจะเคลียร์ sad smile

ปล. ว่างๆก็จะเล่นตัวที่ 6 แต่ตอนนี้ไม่ว่างเลย...

#21 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-15 23:59

Breton ไปแล้ว 4 จาก 6 !!! อืมมม ถามสาเหตุได้มั๊ย เพราะอะไรครับ หน้าตามันปั้นง่าย (ดูปกติสุด ไม่หัวเหลือง ผิวแดง หรือหูแหลม?) หรือว่ามีความชอบที่เผ่านี้ส่วนตัว

ผมก็กะจะเล่น Breton สักตัวนะ อย่างน้อยก็ดูเป็นกลางทางการเมืองดี จะได้ไม่ต้องโดนฝั่งโน่นนี่แดกดัน เหอๆๆ

ว่าแต่ 6 ตัวนี้ ไม่นับธนูย่อง ตัวไหน เล่นไปได้ไกลสุดครับ

แล้วไม่คิดจะเล่นพวกอาวุธหนัก (two hand) บ้างเลยเหรอครับ ให้นอร์ดสาวๆถือค้อนสงครามติดสายฟ้า เป็นธอร์ไปเลยก็ดีนะ 55

ปล: ถามเพื่อมา ไม่มีใครเล่นค้อนใหญ่เลยสักคน ส่วนใหญ่เน้นขวานใหญ่สับ

#22 By Ahura (101.51.160.191) on 2012-03-16 00:32

หน้าตาปั้นง่ายนั่นก็ข้อนึงค่ะ อีกข้อคือความสามารถทนเวทย์ 25% ตลอดศก ทำให้ไม่ต้องกลัวนักเวทย์มากเท่าเผ่าอื่นๆ แต่ข้อเสียคือ ยืนข้างลิเดียนี่ กลายเป็นยัยแคระเลยทีเดียว...


ส่วนตัวไกลสุดแน่นอนว่าตัวที่ 2 เพราะใช้ทำบทสรุปเกือบหมดบล็อก

รองลงมาคือตัวแรกที่เล่นเกือบหมดจนกระทั่งไปติดบั๊กของกิลด์โจร เลยไปเล่นใหม่อีกตัวค่ะ

ที่สามคือตัวนักเวทย์ วิ่งยิงเพลินๆ


ส่วนเรื่องอาวุธสองมือ เรามองแค่ดาบสองมืออะค่ะ ขวานกะค้อน ไม่ใช่สไตล์เราจริงๆ

ปล. Breton ใช่ว่าไม่โดนแขวะค่ะ อีตา Hadvar แขวะตั้งกะต้นเกมเลยว่า หนีคดีมาเรอะ? (You from Daggerfall, Breton? Fleeing from some court intrigue?)

#23 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-16 01:39

เหออออ เรื่อส่วนสูง .... Breton ที่เตี้ยกว่าเผ่าอื่นๆหมดเลยเหรอครับ รู้คร่าวๆแค่เอล์ฟสูง (high) กับกิ้งก่ามหาภัย มันจะสูงโดดเด่นกว่าพวกอื่นๆแค่นั้นเอง แล้วก็ไม่ค่อยได้เห็น Breton เท่าไหร่ (หรือผมแยกชื่อไม่ออกก็ไม่รู้) มีที่ดังๆก็แค่เดลฟีน นางเดียวมั้ง

อ่อ ตอนแรก คิดว่าลีเดีย เป็น Breton ด้วยซะอีก

ไหนๆก็ไหนๆ ผมขอถามผิดห้องสักหน่อยนะครับ เกี่ยวกับพวก perk .... คือสมมุติ ผมฟันไปจน one hand ทะลุไปถึง 100 แต่ไม่ได้ up perk อะไรเลย แบบนี้ one hand ของผม มันจะอัดแรงกว่าตอน level 10 หรือเปล่า?? (คำถามอาจจะดูเบสิคไปหน่อย แต่ผมไม่เคยลองจริงๆ เพราะปกติเด่นทางไหน ก็อัพ perk ทางนั้นควบคู่ไปน่ะ)

แล้วถ้าเล่นแบบตัวที่ 6 ของ จขบ (Breton lv.1) ถ้าเราไม่อัพอะไรเลย ศัตรูก็จะง่อยตามไปด้วยหรือเปล่าครับ ???? แบบว่า ไปจนถึง Sovngarde แต่พวกนั้นยังใช้ steel sword กับ เกราะ hilde อยู่

ปล: แล้วทุกวันนี้ ลองเล่น กระบอง + โล่ห์ ดูบ้างหรือยังครับ ให้ความรู้สึกไร้วัฒนธรรมดี 555 (ผมลองแล้ว ให้ผู้หญิงใช้ด้วยนะ ... Forsworn ชัดๆ)

#24 By Ahura (101.51.160.191) on 2012-03-16 02:24

ลิเดียเป็น Nord ค่ะ...


สกิลส่งผลกับความแรงอยู่แล้วค่ะ ฟันแรงขึ้นแน่นอน 1 เลเวล = +0.5% ความแรงอยู่แล้ว เพราะงั้น เลเวล 100 = ฟันแรงขึ้น 50% โดยไม่ต้องมี perk

และถ้ามี perk ก็ ฟันแรงบวกจากสกิลเข้าไปตาม % ที่อัพเลยค่ะ (ของใส่ก็บวกทับ perk อีกต่อนึง)


ส่วนโลกของตัวที่ 6 (เลเวล 1 ตลอดเกม และ ความยาก Master) ก็พบความจริงว่า ศัตรูไม่ได้ง่อยตามเราค่ะ... เพราะศัตรูจะมี minimum level ด้วย (ตอนแรกนึกว่ามีแต่ max level)

เพราะงั้นตัวเราเลเวล 1 ก็ต้องฟัดกับหัวหน้าโจรเลเวล 6 (เพราะนั่นเป็นเลเวลต่ำสุดที่หัวหน้าโจรเป็น)

ส่วนลูกน้องมันน่ะ ง่ายค่ะ เพราะเลเวล 1 เท่าเรา

ปล. เราตอนนี้ยังไม่มีเวลาเล่นต่อ แต่มีคนเล่นจนชนะ Alduin ไปเรียบร้อยแล้ว...

ปล2. Tsun ฟันเราฉับเดียวตายค่ะ มีกรี๊ดได้เลยล่ะ

#25 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-16 04:03

Tsun ฟันทีเดียวตาย !!! อืมมม แล้วจะไปต่อยังล่ะนั่น ไม่ใช่ยักษ์ซะด้วยสิ ที่ไม่ต้องผ่านก็ได้...
แต่ถ้าเป็น lv1 ตลอดแบบนี้ ผมว่าแค่เจอ Dragon แบบแรก ก็แย่เอานะ ยังงี้คงต้องพึ่งอาวุธ + เกราะให้มากที่สุดแล้ว (แต่ Enchante กับ Smithing ไม่อัำำพ perk ก็ได้แต่ของระดับล่างๆอีก) ท้าทายดีนะครับ 555 แต่เอาเถอะ ไว้สัก 5-6 รอบ จะลองดูบ้างละกันครับ

กลับมาเรื่องตัวละคร (นี่เราคุยกันในหัวข้อเนื้อเรื่องใช่มั๊ยเนี่ย ชักหลุดประเด็น sad smile )
จขบ หรือ เวปนอก มีใครคิดจะลองใส่สัญชาติตัวละครเกมส์นี้ดูบ้างมั๊ยครับ ว่าแต่ละตัวชา่ติพันธุ์อะไร ถึงมันจะไม่ได้มีประโยชน์กับเกมส์ก็เถอะ แต่มันก็ทำให้หลายๆคนเล่นแล้วอินขึ้นด้วย ... ถ้าพวกแมว กิ้งก่า เรดการ์ด หรือ ออร์ค เห็นหน้า + ชื่อ ก็จะรู้เลย แต่พวก เอลฟ์ 3 เผ่า กับ นอร์ด / เบรตั้น / จักรวรรดิ์ .... อันนี้ดูเป็นชาติเพื่อนบ้านที่แยกกันยากทีเดียว

อืมมม พูดแล้ว เริ่มอยากดู แมว (คายิต) แปลงร่างเป็นมนุษย์ฺหมาป่า หรือ กิ้งก่าแวมไพร์ แล้วสิ จขบ เคยคิดจะลองทำดูมั๊ย question

#26 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-16 17:59

วิธีแยกเบื้องต้น

Nord - ตัวสูง ผิวค่อนข้างซีด ถ้าเป็นชายจะกล้ามบึกๆ เห็นๆ

Imperial - สูงปานกลาง ผิวมักจะสีน้ำตาลอ่อน มักมีผมสีดำ

Breton - เตี้ยสุดในสี่เผ่ามนุษย์ ผิวขาวค่อนไปทางเหลืองนิดหน่อย เนื่องจากต้นกำเนิดเผ่าพันธุ์คือเป็นลูกเสี้ยวเอล์ฟ

Dunmer - ผิวดำเห็นๆ มักพูดจาก้าวร้าวไม่รับแขก ตาสีแดง (แต่แบบพูดจาดีๆก็มี เช่น Brelyna ใน College of Winterhold)

Altmer - ผิวสีเหลืองทอง พูดจาดี(แน่นอน) เพราะมักจะมีชาติตระกูลดี แต่มักจะถือตัวฉิบมากๆ นานๆจะเจอแบบไม่ถือตัว

Bosmer - ผิวสีเหลืองออกน้ำตาลมากกว่า Altmer มีส่วนสูงเตี้ยกว่า Altmer และวิธีการพูดเป็นแบบคนธรรมดา

ปล. มีคนลองแล้วนะคะ... แต่เราไม่ค่อยสนอะ กิ้งก่าแวมฯ กะ แมวหมา (กิ้งก่าแวมฯขั้นหลังๆนี่เขี้ยวเต็มปากสุดๆ)

#27 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-16 19:35

บล๊อคเข้าไม่ได้มาครึ่งวัน กำลังหวา่ดเสียวเลย ว่ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า sad smile

Altmer แบบไม่ถือตัวนี่มีด้วยเหรอครับ ??? หึหึ นึกว่าเป็นพลังเผ่าพันธุ์ ที่มีมาพร้อม Magicka +50 ซะอีก !!!
(แต่ก็ชอบนะ อารมณ์ผู้ดีอังกฤษ ที่จะดูพูดดี แต่ทิ่มแทงหน่อยๆ)

แต่พลังเวทย์ของพวก Thalmor นี่ ... เอาเข้าจริงๆ ถ้าเทียบกับ Breton แล้วสู้ไม่ได้เลย แล้วเกมส์นี้ สำหรับผม กลัวนักเวทย์มากที่สุด
ทั้งยิงไกล ทั้งไว (ไม่ได้แบกเกราะนิ) แถมถ้าเสกเวทย์ป้องกัน ก็อึดพอตัวเลย
แล้วการยกโล่ห์บล๊อคเวทย์ .... จขบ ทำได้ดีแค่ไหนครับ เพราะผมน่ะ แทบจะกันไม่ค่อยได้เลย หันหน้าผิดๆถูกๆตลอด เหอๆๆ ไม่เหมือนกันดาบ ที่เห็นการง้างมา ก็บล๊อคได้หมด

ปล: นี่ก็ปิดเทอมแล้ว Thesis ไปถึงไหนแล้วครับ ... จริงๆดู จขบ สนใจประวัติศาสตร์ + ดราม่าการเมืองในเกมส์ นึกว่าเรียนพวกสายศิลป์ซะอีกdouble wink

#28 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-18 00:09

เราปกติเกือบไม่พกโล่อะค่ะ เพราะเซ็ตติ้งของทุกตัวละครที่เล่นบ่อยจะเป็น Breton อยู่แล้ว (-25% Magic Damage) แถมใส่กันธาตุทุกแบบ 50 กว่า % ตลอด โดนยิงทีเกือบไม่สะเทือนอยู่แล้ว มังกร Ancient Dragon พ่นไฟใส่หน้า (ตัวธนู) ยังแทบจะเฉย ลดอย่างมากแค่ 10%

แต่เราไม่มีปัญหากับการยกโล่ (อย่างน้อยตอนเล่นตัวที่ 1 นะ) เพราะใช้วิ่งถอยหลังกดการ์ดค้างเอา ยิงยังไงก็ติดโล่

ปล. Altmer แบบไม่ค่อยถือตัวก็ Nelacar ในโรงแรมเมือง Winterhold ไงคะ (NPC ในเควส The Black Star ของ Azura) หรือ พ่อมด Calcelmo ในวัง Understone Keep ของเมือง Markarth ก็ด้วย (Aicantar หลานของ Calcelmo ก็ใช่ Altmer แล้วก็ไม่ถือตัวด้วย)

#29 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-18 23:07

ผมเข้าใจผิดมาตลอดว่าคัลเซโม่ เป็นบอสเมอร์ ซะอีก !!! สงสัยเห็นอยู่แต่ในปราสาทมืิดๆเลยดูสีเพี้ยนไป เหอๆ
เอาจริงๆ เผ่าพันธุ์ กำัหนดได้แค่ DNA ขั้นพื้นฐาน แต่นิสัยโดยรวมก็น่าจะมาจากหลายๆปัจจัยด้วยเนอะ
พอรู้แบบนี้ มีกำลังใจจะเล่นเป็นไฮเอลฟ์ขึ้นมาหน่อย

ผมเล่น PS3 ปัญหาคือปุ่มวิ่ง (อานาล็อค) ยอมรับว่าไม่ถนัดเลย เทียบกับแบบ PC
อ่อ ถ้าใช้ดาบคู่ .... อันนี้ไม่สามารถบล็อคการโจมตีได้เลยใช่มั๊ยครับ พยายามหาท่วงท่าอยู่นาน แต่หาไม่เจอสักที

#30 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-19 00:48

ใช่ค่ะ ถืออาวุธ 2 มือ ไม่สามารถป้องกันได้ (แต่สับรัวแทน)

ปล. เราใช้จอย XBOX มันก็สนุกไปอีกแบบนะ แต่เวลาจะฝึก sneak ทิ้งไว้นี่ลำบากสุดๆ sad smile

#31 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-19 01:04

หือ.... จอยของ XBOX มีอะไรพิเศษเหรอครับ แล้ว จขบ เล่นทุึกแบบแล้ว ถนัดแบบไหนที่สุดครับ

กลับมาถามเนื้อเรื่องต่ออีกหน่อย....

Colovian (จาก Titus Mede กษัตริย์ Colovian) คือชื่ออาณาจักรย่ิอย หรือว่าดินแดนอะไรครับ ?
จริงๆ ผมว่า จักรพรรดิ์ ติตุส มีด ที่ 2 ก็ดูเป็นคนดีอยู่นะ ตอนจะโดนเควส Dark Brotherhood ... ทรงดูแมนมากๆ (เฮ้อ เสียดาย ไม่มีตัวเลือกแบบคราวซิเซโร่ ที่แกล้งหลอกว่าทำ แต่ไม่ทำ) แล้วในเนื้อเรื่องมันไม่ได้บอกไว้ต่อใช้่มั๊ยครับ ว่าจักรวรรดิ์จะสืบทอดอำนาจกันหลังสิ้น ติตุส มีด ที่ 2 กันอย่างไร

#32 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-19 02:17

เวลาใช้จอยเล่น มันคนละเรื่องกับคอนโทรลของ PC น่ะค่ะ (เช่น กดฟันด้วย LT RT หรือ ไม่มีปุ่มสลับเดินกับวิ่ง ใช้ความแรงตอนกดจอยแยกเอา)

จอยมันดีกว่าตรงไขล็อกละมั้ง (ฮา) ยั้งมือไม่ให้มันหักเปรี๊ยะได้ แต่เสียตอนจะฝึกสกิลเพราะเอาเหรียญเสียบปุ่มค้างแบบ PC ไม่ได้


Colovian คือชื่ออาณาจักรย่อยค่ะ หมายถึงดินแดนในทางตะวันตกของ Cyrodiil (แถวๆเมือง Chorrol) ที่เรียกเป็นแบบนี้เพราะมีรัฐบาลปกครองตัวเองแยกจากจักรวรรดิอีกต่อนึงน่ะค่ะ (รัฐบาลมีมาตั้งแต่ช่วงยุค 1E แล้ว ตอนสมัย Saint Alessia เลย)

อาการคล้ายๆ Ireland + Britain + Scottland = Great Britain ของโลกจริงน่ะค่ะ

ส่วน Titus Mede II หลังม่องเท่งก็ไม่มีใครทราบว่าใน Cyrodiil จะป่วนแค่ไหนค่ะ เกมทิ้งปริศนาไว้แค่จักรพรรดิโดนลอบสังหาร (และผู้เล่นอย่างเราก็ส่งคนจ้างไปรับใช้ท่านพ่อ Sithis ด้วย) และ มีคนใน Elder Council ทรยศ แค่นั้น

ซึ่งเราเดาว่าป่วนมากแน่ๆค่ะ เพราะสภาสูงของ Imperial นี่อำนาจเยอะและไม่ควรมีคนทรยศมากๆ (ถึงตอนภาค 4 ก็มีเหมือนกัน ก็เหอะ)

#33 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-19 18:10

อาจจะเป็นปลายเปิด เอาไว้ให้เรากู้ราชวงศ์ใน Elder Scrolls VI ก็ได้นะครับ ใครจะรู้ เหอๆๆ ประมาณว่าตามหารัชทายาทที่สาปสูญ สายเลือดราชวงศ์ Septims ไม่ก็กำเนิดใหม่ราฃวงศ์ Thalmor ไปซะเลย

แต่เอ ... ถ้าหากเราไม่เล่น Drak Brotherhood จะมีอะไรเกี่ยวของกับจักรพรรดิ์มั๊ย ???? เพราะขนาดถล่ม Castle Dour + ประหารแม่ทัพตูเลียส (ตูลิอุส)ไปแล้ว แต่ก็เหมือนคนละส่วนกัน

อ่อ พล๊อตเรื่องแบบว่า Redguard ยึดอำนาจก็น่าสนนะครับ เพราะ Redguard เองก็ดูคล้ายๆพวก Kushan ในประวัติศาสตร์สมัยกลาง (ของโลกเรา) อยู่บ้าง ที่รบกับพวกคริสเตียนอย่างเมามัน เกมส์ Elder Scrolls นี่ปฏิเสธไม่ได้เลย ว่าที่ทันทำได้มากกว่าลงถ้ำ ตีผี เอาของ ก็คือการผูกเรื่องการเมือง ประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์ และสงคราม เป็นแบ็คกราวด์ของเรื่องนี่แหละ

ถาม จขบ ... ส่วนตัวอยากให้ Elder Scrolls VI ไปโผล่ที่ไหนบ้างครับ ส่วนตัวผม อยากเห็น Summerset Isle ดูเหมือนกัน ผู้ผลิตก็เหมือนจะรู้นะ เก็บเอาดินแดนที่กราฟฟิคต้องโหดมากๆ ดินแดนนี้เอาไว้ปล่อยของภาคหลังๆ (ถ้าผมอ่านมาๆไม่ผิด 1-Cyrodiil 2-Daggerfall/Breton 3-Morrowind/Dark Elf 4-Cyrodiil แบบนี้ใช่มั๊ยครับ)

#34 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-03-20 18:39

เราว่าภาค 6 คงอีกหลายปีอะค่ะ

- เรื่องรัชทายาทของราชวงศ์ Septim มันจบแล้วล่ะค่ะตอนภาค 4 ไม่มีคนอื่นแน่นอน (เพราะพี่น้องของนาย Martin ตายเรียบไปก่อนแล้ว) แล้ว Thalmor ไม่มีวันเป็นราชวงศ์แน่ อย่างมากแค่ทำตัวเองเป็นจักรวรรดิ

- ต่อให้เราไม่เล่น เกมก็ถือว่าเราเล่นแบบสมบูรณ์น่ะค่ะ (เห็นได้จากภาค 4 ทั้งการเปลี่ยน Listener เพราะเหตุการณ์คนทรยศ รวมถึงการเปลี่ยนตัว Sheogorath ด้วย)

- Redguard น่าสนเหมือนกันนะ แต่เขามีเนื้อเรื่องภาค Redguard มาแล้วอะ (ชื่อภาค Redguard เลย เซ็ตติ้งที่พื้นที่ Stros M'kai ในดินแดน Hammerfell ทวีป Tamriel)

- อันนี้คงต้องยาวนิดนึง
1. Arena - ทวีป Tamriel ทั้งทวีป
2. Daggergall - Hammerfell (Redguard), High Rock (Breton)
3. Morrowind - Morrowind (Dark Elf)
4. Oblivion - Cyrodiil (Imperial)

เหลืออะไรมั่งหว่า...

Elswyr (Khajiit)
Summerset Isle (Altmer)
Valenwood (Bosmer)
Black Marsh (Argonian)

แล้วก็ทวีปอื่นโพ้นทะเล:

Akavir - ทวีปทางตะวันออกของ Tamriel ว่ากันว่าเป็นดินแดนมังกร ไม่มี man (มนุษย์) หรือ mer (เอล์ฟ ออร์ค หรือ ดวาร์ฟ) อยู่ที่นั่น แต่มีเผ่า 4 เผ่าที่คนละเรื่องกับทางทวีป Tamriel อยู่ที่นั่นแทนคือ เผ่า Kamal (ปิศาจหิมะ), Tsaesci (งูสูบเลือด), Tang Mo (ลิงคลั่ง), และ Ka Po' Tun (เสือๆ แมวๆ คล้ายๆ Khajiit ฝั่งเรา)

Atmora - ทวีปทางเหนือของ Tamriel เป็นบ้านเก่าพวก Nord ก่อนอพยพมาสกายริม

Yokuda - ทวีปทางตะวันตกของ Tamriel บ้านเก่าของพวก Redguard (แต่จมทะเลไปแล้ว ยังกะ แอตแลนติส)


ทำดินแดนไหนก็ทำมาเหอะ (ฮา) อยากเห็นหมด confused smile

#35 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-20 19:16

วูววววววว การวางพล๊อตเรื่องเจ๋งมาก ทวีปอื่นๆนอกจาก Tamriel !!! อันนี้ไม่เคยอ่านเจอที่ไหนมาก่อนเลยนะครับเนี่ย แรงมากกกก เพราะแค่ Tamriel ก็แทบไม่มีภาคไหน (ที่มันดูสเกลสมจริงกว่า Arena สักหน่อย)จะกล้าเอามาใส่ในภาคเดียวแล้ว

แอบอยากเห็น เอลชเวียร์ บ้านแมว กับ บึงนิลกาฬ (แบล็คมาร์ช) ของพวกคุณก่าแฮะ แต่คิดว่ามันไม่น่าจะดู Grand แบบเมืองมนุษย์แหงๆ

ถามตามประสา คนไม่ได้เล่นภาค 1-4 .... เมืองในภาคอื่นๆ เทียบกับ Skyrim แล้ว จขบ คิดว่าความอลัง ความสวย ความหรูหรา เป็นยังไงบ้างครับ
(แอบเซ็งความจนของบ้านนอร์ด บ้านไหนๆเข้าไปก็เจอแต่ผักผลไม่ กับเตียงโทรมๆ มีตอนไปโซลิตูด เอ้ย โซลิจูด ที่ดูอร้าอร่ามหน่อย)

แล้วภาคก่อนๆนี่ มังกรโผล่มาสักตัวหรือเปล่าครับ (เห็นบอกสูญพันธุ์ไปหลายพันปี) แล้วที่รู้คือ Daedric เป็นตัวป่วนในภาค Oblivion... ก่อนนั้น มีบทบาทอะไรที่เลวร้ายเยอะมั๊ยครับ

#36 By Ahura (101.109.209.108) on 2012-03-20 22:09

-เราก็ใช่ว่าได้เล่นหมดค่ะ เพิ่งได้เล่นตอนภาค 4-5 นี่ล่ะ รายละเอียดภาคก่อนๆ อาศัยอ่านหนังสือหมด

-ภาคก่อนๆ ไม่เคยมีมังกรอาละวาดค่ะ สาเหตุเพราะไม่มีมังกรตัวไหนอยู่ตรงช่วงเวลานั้นๆเลย เนื่องจากมังกรนั้นเท่าที่มีบันทึก จะอยู่ช่วง Merethic Era ตอนปลาย (ราวๆอย่างน้อย 4451 ปีก่อนยุค 4E 201 ของ Skyrim) ถึงราวๆ 2E 373 (1158 ปี ก่อนยุคสกายริม) แต่ภาคก่อนๆอยู่ในช่วงเวลาดังนี้ค่ะ

Arena 3E 399
Daggerfall 3E 405
Battlespire 3E 389-399
Redguard 2E 864
Morrowind 3E 427
Oblivion 3E 433
Skyrim 4E 201

ส่วน Daedric Prince ที่ป่วนในภาค 4 จริงๆคือ ชักใยผ่านลัทธิ Mythic Dawn ที่บูชาเขา (Mehrunes Dagon) น่ะค่ะ ซึ่งผลก็คือทำให้เกิดวิกฤติการณ์นรกบนดิน (Oblivion Crisis) ขึ้น แล้วผลก็อย่างที่เขียนไว้ในเอนทรี่แหละ...

ปล. วิญญาณ Ysgramor ยังอยู่นะ บน Sovngarde แต่ดันไม่มีหัวข้อให้ถามเรื่องนี้ จริงๆน่าให้ถามนะ เพราะ Ysgramor มีชีวิตอยู่ช่วง Merethic ตอนปลายเหมือนกัน

#37 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-20 23:59

ถามหน่อยคับ ในสกายริมนี้ พวกเผ่ากิ้งก่ามีใครได้อยู่ในตำแหน่งสูงๆบ้างมั้ยคับ? เห็นส่วนใหญ่จะเป็นคนใช้แรงงานหรือโจรกระจอกมันซะแทบจะทุกคนเลย เห็นแล้วเศร้า T^T (เป็นคนชอบกิ้งก่าอะ)

แล้วเห็นคนในเมืองส่วนใหญ่ โดยเฉพาะพวกทหารจะพูดจาเหมือนดูถูกอยู่เรื่อย ฟิวลิ่งยังกะพวกคนดำที่ถูกคนขาวกดขี่ในช่วงสมัยก่อนเลย - -"

#38 By Earth (27.130.156.60) on 2012-03-22 00:29

เผ่ากิ้งก่าในสกายริมโดนมองเป็นชนชั้นใช้แรงงานน่ะค่ะ อย่างดีก็เป็นพ่อค้า หรือ เจ้าของกิจการอย่างเจ้าของบาร์ใน Riften (Bee and Barb)

#39 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-22 00:50

อยากถามว่า
1 ในภาคนี้ Imperialเป็นศัตรูกับ Stormcloak รึเปล่า
2 ถ้าที่กล่าวมามีแค่ Imperialกับ Stormcloak แล้ว whiterun Winterhold riverwood
และเมืองอื่นเกี่ยวข้องกันอย่างไร
3 ตกลง skyrim เป็นชื่อของอะไร
embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed embarrassed

#40 By tienpat (110.171.8.126) on 2012-03-25 09:45

ตอบ #40

1. ใช่ค่ะ

2. Whiterun, Windhelm, Solitude, Riften, Markarth, Morthal, Dawnstar, Falkreath, และ Winterhold คือ 9 เขตปกครองตัวเองของ Skyrim ซึ่งทุกเขตปกครองจะมี Jarl ของตนเอง ทำหน้าที่ปกครองเขตนั้นๆ (แต่เหนือจากนี้ขึ้นไปอีกคือ High King ซึ่งจะถูกเลือกจาก Jarl คนใดคนหนึ่งใน 9 คนนี้ ซึ่ง High King จะเปรียบเสมือนกษัตริย์ของสกายริม และ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนเจรจาระหว่างดินแดนด้วย) ส่วนในเขตปกครองพวกนี้ก็อาจจะมีหมู่บ้านเล็กๆอยู่อีกต่อนึง เช่น Riverwood ที่อยู่ในเขตปกครองของ Whiterun

3. Skyrim คือชื่อดินแดนหนึ่งของทวีป Tamriel ในโลก Nirn เป็นดินแดนที่อยู่ทางเหนือสุดของทวีปค่ะ (เจ้าของบล็อก - ถ้าเดินไปจนถึงปลายเหนือสุดของดินแดน จะเห็นแต่ขอบฟ้าอย่างเดียวสมชื่อ Skyrim (ขอบฟ้า) ด้วย)

#41 By Sylphine Sylphgale on 2012-03-25 17:27

ถามหน่อยครับ ยกโล่ขึ้นกัน ยังไงเหรอ กดคลิกขวาก็ไม่ได้อะ ใส่ดาบ 1 ข้าง โล่ 1 ข้างง่ะ งง

#42 By zep (118.175.154.50) on 2012-04-01 09:48

ยกโล่กันน่าจะต้องคลิกขวาค้างนะคะ

(ไม่ใช่เกมแอคชั่น แบบคลิกปุ๊บยกทันที มันจะมีดีเลย์นิดนึงก่อนยก กะดีๆด้วย)

#43 By Sylphine Sylphgale on 2012-04-01 15:24

อยากรู้ว่าทำไมตอนที่ Imperial ครองเมือง Whiterun อยู่ครับ อยากรู้ว่าทำไม Heimskr มันไม่โดนจับหรอ เห็นพล่ามเรื่อง Talos ทั้งวันทั้งคืน = =

#44 By ------- (113.53.54.156) on 2012-04-08 07:54

Whiterun ไม่เคยโดนใครครองค่ะ

Jarl Balgruuf ไม่ได้เอียงไปทางใดทางหนึ่งเลย เป็นกลางตลอดเท่าที่เป็นไปได้

แต่พอ Ulfric กดดันด้วยการส่งขวานมา หรือ Tullius กดดัน ด้วยการส่งข่าวว่า Ulfric จะตี Whiterun มา... ทาง Balgruuf เลยต้องเลือกฝ่าย ซึ่ง Balgruuf ไม่อยากเข้าร่วมกับ Ulfric คนสนิทเลยถามว่า ถ้ายังงั้นเข้าร่วม Imperial เพื่อเอาทหาร Imperial มาตายแทนทหารรักษาเมืองของ Whiterun เองดีไหม? Balgruuf ก็เลยตกลงค่ะ (ทำทุกอย่างเพื่อประชากร Whiterun)

จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมคุณนักบวชสาวก Talos ไม่เคยโดนรวบค่ะ เพราะ Whiterun เป็นกลางตลอดมาจนกระทั่งเควส A Message to Whiterun นี่ล่ะค่ะ

#45 By Sylphine Sylphgale on 2012-04-08 14:05

#45 น่าสงสาร
ผมไม่น่าไปตีเมืองมันเลย T_T
ปล.ผมได้จดหมายมาจาก Jarl Balgruuf แปลว่าอะไรหรอครับ
http://upic.me/show/34527391
http://upic.me/show/34527413
ได้หลังจากที่ไปตี Whiterun ครับ

#46 By RealNord (101.109.154.246) on 2012-04-09 15:10

มี NPC ที่ชอบคุณตายไปตัวนึงน่ะค่ะ (Severio Pelagia) ตัวนี้ถ้าเคยขายผักให้เขา เวลาเขาม่องเท่งเขาจะยกทรัพย์สมบัติที่มีให้เรา (จำนวน 100 gold)

NPC ตัวนี้จะตายแน่นอนตอนเหตุการณ์ Battle for Whiterun เนื่องจากบ้านเขาเจอเครื่องดีดหินยิงถล่มเละไปน่ะค่ะ

#47 By Sylphine Sylphgale on 2012-04-09 16:53

แต่ในมุมมองของ อุลฟริก ... ไวท์รัน เข้ากับจักรวรรดิ์ไปแล้ว T_T คืออุลฟริกนี่ ผมว่าโคตรเผด็จการ คือใครคิดไม่เหมือนตัวเองหน่อย โดนเหมาว่าเป็นพวกฝักใฝ่จักรวรรดิ์ทันที นี่คือปัญหาของอุลฟริกครับ ที่ไปมีเรื่องจนต้องดวลกับสามีของเอลิซิฟ หรือต้องตีไวท์รัน ฯลฯ

ผมยังคิดเลยว่า พอไล่จักรวรรดิ์ออกไปได้ แล้วต่อไปดินแดนสกายริมจะเป็นยังไง เพราะอุลฟริกดูแล้ว ปกครองไม่้เก่งเลย แล้วถ้ามีการเลือก high king ก็ไม่เชื่อหรอกว่าอุลฟริกไม่อยากเป็น หรือถึงยาร์ลอื่นๆได้เป็น แต่ทำอะไรไม่ถูกใจ ก็มีสิทธิโดนสตอร์มโคล๊ก ไล่บุกอยู่ดี

#48 By Ahura (194.192.22.33) on 2012-04-10 15:41

ตอนนี้ผมอยู่ข้างสตอรม์คร็อคผมรบจนเหลือสามเมืองสุดท้ายแล้วแต่แต่อยู่เมืองหนึ่งคนหายหมดเมืองสงสัยคงจะติดบัคผมเลยยังไม่ผ่าน วันๆได้แต่ทำภาระกิจย่อยไปเรื่อยๆเป็นเกมที่สนุกมากครับตอนนี้เวล35แล้วแปลกร่างเป็นมนุษย์หมาป่าไล่ฆ่าคนอย่างเดียวเลย^^!

#49 By dropdead (203.158.201.242) on 2012-04-12 22:34

อยากรู้ประวัติของ Grey-Mane กับ Battle-Born ครับ

#50 By RealNord (113.53.61.141) on 2012-04-15 07:57



สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์

ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.